วิธีเลือกครีมกันเเดดให้เหมาะกับผิวหน้า

1. แยกผิวหน้าและผิวกาย

บริเวณผิวที่แตกต่างกันมีความระคายเคืองและความไวต่อแสงแตกต่างกันโดยเฉพาะผิวหน้า เราไม่ควรทากันแดดที่ไม่ถูกประเภทกันแดดที่ใช้บริเวณผิวกายก็ต้องแยกใช้ส่วนครีมกันแดดที่ใช้กับบริเวณผิวหน้าก็ต้องเลือกให้ดีให้มีความอ่อนโยนต่อผิวและเข้ากับสภาพผิวได้ดีแบบไม่ทำให้เราระคายเคือง

2. เลือกให้เหมาะกับการใช้งาน

ปัจจุบันกันแดดก็แบ่งได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะแบบครีม เจล โลชั่น แท่งหรือสเปรย์ เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยและความสะดวก รวมทั้งควรแยกประเภทการใช้งานได้จากกิจกรรมที่เราต้องเผชิญ

3. ดูจากค่า SPF ให้เหมาะสม

ความสำคัญของครีมกันแดดไม่ใช่ว่าจะต้องเลือกให้มีค่า SPF ที่สูงจึงจะสามารถกันแดดให้เราได้ดีเป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกสักทีเดียว เพราะค่า SPFไม่ได้บอกถึงค่าที่จะปกป้องแสงแดดได้ดียิ่งขึ้นแต่เป็นการบอกถึงค่าที่เหมาะสมกับผิวของแต่ละคนเท่านั้นเช่น หากว่าเราเป็นคนที่มีความไวต่อแสงแดดเมื่อโดนแดดสามารถทำให้ผิวคล้ำเร็วกว่าสังเกตได้จากผิวที่แดงไหม้ง่ายมักเกิดกับคนที่มีผิวขาวก็ควรจะเลือกค่า SPF ที่สูงๆเมื่อต้องเผชิญกับแดด กลับกันคนที่มีผิวคล้ำหรือคนที่ไม่ไวต่อแสงก็ไม่จำเป็นจะต้องเลือก SPF ที่สูงเกินไปแค่ประมาณ 15-30 ก็เพียงพอ

4. เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว

  • ผิวมัน ผิวที่มีทั้งความมันเยิ้มระหว่างวันจากพื้นผิวของหลุมขุมขนกว้างอาจจะทำให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจําเป็นก็ควรจะใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดแบบที่ควบคุมความมัน ผสมแอลกอฮอล์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สำหรับคนผิวแห้งมาใช้จะได้ไม่ทำให้ผิวมันเข้าไปอีกระหว่างวัน
  • ผิวแห้ง คนที่มีผิวแห้งอาจจะมีลักษณะของผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจำเป็นต้องเติมน้ำให้กับผิวอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ผิวแห้งแตกได้ กันแดดที่ใช้ก็ควรจะมีส่วนผสมที่ช่วยในการเพิ่มน้ำให้กับผิว มีส่วนผสมของ moisture หรือว่านหางจระเข้ที่จะช่วยให้ผิวของเราไม่แห้งจนเกินไป
  • ผิวผสม ผิวผสมอาจจะเลือกกันแดดยากไปสักนิดอาจจะต้องเรื่องผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมหรือควรใช้ทั้งแบบผิวแห้งและผิวมันควบคู่กันไปเฉพาะส่วนเพื่อให้ป้องกันผิวจากแสงแดดได้ดีและไม่ทำให้เครื่องสำอางที่เรามีต้องหลุดลอกจากกันแดดที่ไม่เข้ากับผิว
  • ผิวขาวอมชมพู เป็นผิวที่ไวต่อแสงบอบบางอาจจะเกิดการไม่ค้ำได้อย่างรวดเร็วกันแดดที่ควรจะใช้คือกันแดดที่มีค่า SPF สูงตั้งแต่ 50 ขึ้นไป ผิวขาวเหลืองแบบเอเชีย ผิวบอบบางเช่นกันไวต่อแสงแต่อาจจะไม่มากเท่าผิวขาวอมชมพูเพราะความเข้มของสีผิวที่มากกว่าอาจจะทำให้ผิวคล้ำได้ช้ากว่าและช่วยป้องกันผิวไหม้จากแสงแดดได้ดีกว่ากันแดดที่เหมาะก็คือจะเป็นค่ากลางๆเช่น SPF 30 ผิวแทนท้าเเดด ความเข้มของเม็ดสีผิวที่เข้มกว่าผิวขาวทั่วไปจะปกป้องผิวให้ถูกทำร้ายจากแดดได้ดี แม้ว่าอาจจะเป็นผิวที่ทำให้คล้ำเสียง่ายจากแสงแดดแต่ก็ป้องกันตัวเองจะความไหม้ได้ดีกว่าผิวอื่นๆ ฉะนั้นค่ากันแดด SPF ที่ควรใช้ควรจะเป็นค่าต่ำเช่น SPF 15

5. ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB

ในแสงแดดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆได้ก็คือ UVA และ UVB

  • UVA ก็คือ รังสีที่กระทบกับผิวและมีส่วนทำให้เกิดริ้วรอยจุดด่างดำและฝ้ากระต่างๆ
  • UVB ก็คือ รังสีที่ก่อให้เกิดผิวหมองคล้ำสิ่งที่เรียกว่าผิวไหม้จากแสงแดด

แต่ในกันแดดทั่วๆไปส่วนใหญ่มักจะมีเพียงค่า SPF ที่สามารถปกป้องผิวจากรังสีUVB ฉะนั้นเวลาไปเลือกกันแดดดีๆสักตัวก็ควรจะหากันแดดที่มีคุณสมบัติสามารถปกป้องผิวได้ทั้ง UVA และ UVB ถึงจะช่วยป้องกันรังสีจากแดดได้ดี และช่วยคืนความชุ่มชื้นเหี่ยวย่นให้กับสภาพผิวควบคู่กันไปด้วย

6. กันแดดที่กันน้ำได้

เหงื่ออาจจะทำให้กันแดดที่เราอุตส่าห์โบกให้หนามาก่อนออกจากบ้านละลายหายไป กันแดดที่ดีก็ควรจะเป็นกันแดดที่ทนน้ำทนเหงื่อกันน้ำจะดีกว่าจะได้มั่นใจว่ากันแดดที่ทามานั้นจะติดทนอยู่นานกับเราปกป้องผิวได้ไปทั้งวัน สำหรับใครที่ไม่ชอบเติมกันแดดบ่อยๆระหว่างวันก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ควรจะมองหาในกันแดดสักตัวที่เราเลือกใช้

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://michaelkors-outletonline.org/ 

ซีรี่ย์ญี่ปุ่น อนิเมะ